การถ่ายเทความร้อน: การนำความร้อน

Concept (แนวคิด)

การนำความร้อน (Conduction) คือการถ่ายเทความร้อนผ่านตัวกลางที่อยู่นิ่ง (ของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ) อันเนื่องมาจากความแตกต่างของอุณหภูมิ (temperature gradient) ในของแข็ง การนำความร้อนเกิดขึ้นจากการสั่นสะเทือนของโครงสร้างผลึกอะตอมและการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนอิสระ หลักการพื้นฐานที่ควบคุมการนำความร้อนคือกฎของฟูริเยร์ (Fourier's Law) ซึ่งระบุว่าอัตราการถ่ายเทความร้อนแปรผันตรงกับความแตกต่างของอุณหภูมิและพื้นที่หน้าตัดที่ความร้อนไหลผ่าน ค่าคงที่ของการแปรผันคือ สภาพนำความร้อน (thermal conductivity) ของวัสดุ สำหรับการนำความร้อนในสภาวะคงตัว (ที่อุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลงตามเวลา) วิศวกรจะใช้การเปรียบเทียบทางไฟฟ้า โดยพิจารณาให้การไหลของความร้อนเป็นเหมือน "กระแส" ที่ถูกขับเคลื่อนด้วย "แรงดัน" (ความแตกต่างของอุณหภูมิ) ผ่าน "ความต้านทานความร้อน"

Formula & Method (สูตรและวิธีการ)

กฎของฟูริเยร์สำหรับการนำความร้อนในสภาวะคงตัวแบบหนึ่งมิติผ่านผนังเรียบที่มีความหนา LL และพื้นที่ AA คือ:

โดยที่ T1T_1 คืออุณหภูมิที่สูงกว่า และ T2T_2 คืออุณหภูมิที่ต่ำกว่า

เมื่อใช้การเปรียบเทียบทางไฟฟ้า ความต้านทานความร้อนสำหรับการนำความร้อน (RcondR_{cond}) ของผนังเรียบ ถูกกำหนดดังนี้:

ดังนั้น อัตราการถ่ายเทความร้อน (qq) สามารถเขียนอย่างง่ายๆ ได้ว่า:

สำหรับผนังประกอบที่ทำจากวัสดุหลายชั้น (วัสดุ A, B, C) ต่ออนุกรมกัน ความต้านทานความร้อนรวมคือผลรวมของความต้านทานแต่ละชั้น:

Loading Component...

ตัวอย่างการคำนวณ (Worked Example)

เนื้อหาตัวอย่างการคำนวณแบบละเอียดพร้อมระบบ Interactive สำหรับการคำนวณความต้านทานความร้อนและการถ่ายเทความร้อน สามารถดูได้ที่ ตัวอย่างการคำนวณ: การนำความร้อน 1 มิติ

Engineering Meaning (ความหมายทางวิศวกรรม)

แนวคิดเรื่องความต้านทานความร้อนทำให้การวิเคราะห์ระบบที่ซับซ้อนและมีหลายชั้น (เช่น ฉนวนกันความร้อนของอาคารหรือท่อหุ้มฉนวน) เป็นเรื่องง่าย วัสดุที่มีค่าสภาพนำความร้อน (kk) ต่ำคือฉนวน จะมีความต้านทานความร้อนสูงและทำให้การไหลของความร้อนลดลงอย่างรุนแรง ในทางกลับกัน วัสดุอย่างทองแดงหรืออะลูมิเนียมมีค่าสภาพนำความร้อนสูงมาก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้านทานต่อการไหลของความร้อนที่เกือบเป็นศูนย์ ทำให้วัสดุเหล่านี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นแผ่นระบายความร้อน (heat sinks)

Engineering Check (การตรวจสอบทางวิศวกรรม)

เมื่อคำนวณการถ่ายเทความร้อน ต้องแน่ใจว่าค่าสภาพนำความร้อน (kk) ที่ใช้มีความเหมาะสมกับช่วงอุณหภูมิที่คาดไว้ เนื่องจากค่า kk มักจะเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ นอกจากนี้ พึงระลึกไว้เสมอว่าการนำความร้อนแบบ 1 มิติที่แท้จริง ตั้งสมมติฐานว่าพื้นที่หน้าตัด AA คงที่และผลกระทบที่ขอบ (edge effects) มีค่าน้อยมากจนละทิ้งได้ สำหรับระบบที่เป็นทรงกระบอก (เช่น ท่อ) พื้นที่ AA จะเพิ่มขึ้นตามรัศมี ดังนั้นจึงต้องใช้สูตรความต้านทานแบบลอการิทึมแทน

Explicit Exclusions (ข้อยกเว้นที่ระบุชัดเจน)

บทความพื้นฐานนี้ไม่ครอบคลุมถึงการนำความร้อนแบบไม่คงตัว (แปรผันตามเวลา) การเกิดความร้อนภายในตัวกลาง (heat generation) การนำความร้อนแบบหลายมิติ (2D/3D) การนำความร้อนในแนวรัศมี (ทรงกระบอกและทรงกลม) และกลไกของการพาความร้อน (convection) รวมทั้งการแผ่รังสี (radiation)

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง